Uncategorized @th

รู้เท่าทันผ้าครามในตลาด

หากเราได้เดินตลาดจะพบผ้าย้อมคราม รวมไปถึงเสื้อมัดย้อม ราคาเริ่มต้นตั้งแต่หลัก 100 บาทขึ้นไป ซึ่งมีการเคลมว่า “ย้อมจากครามธรรมชาติ” จนทำให้เกิดความสงสัยว่า แล้วผ้าย้อมครามที่ราคาหลัก 1,000 ขึ้น แตกต่างกันอย่างไร? ในเมื่อซื้อในหลักร้อยได้ ทำไมต้องยอมจ่ายหลักพันด้วย? 

“ครามสังเคราะห์” V.S “ครามธรรมชาติ”

ครามสังเคราะห์ ครามเกล็ด, ครามผง

เนื่องจาก “สีคราม”​เป็นสีที่นิยม แต่หากผลิตตามกระบวนการตามธรรมชาติ ก็ผลิตได้น้อย ยุ่งยาก ไม่ทันใช้ในอุตสาหกรรมใหญ่ ประเทศเยอรมันนีจึงได้คิดค้น Synthetic Indigo ขึ้นมา ซึ่งเป็นครามสังเคราะห์ หรือที่บ้านเราชอบเรียกกันว่า “ครามเกร็ด” หรือ “ครามผง” นั่นเองค่ะ 

“ครามสังเคราะห์” ที่ผลิตขึ้นมาจะมีโครงสร้างโมเลกุล ที่เหมือนกับครามธรรมชาติ จึงได้รับการเคลมอยู่ตลอดว่าจากผู้ผลิต และแม่ค้าว่า “เป็นครามธรรมชาติ” แต่ข้อแตกต่างก็คือ ครามสังเคราะห์จะไม่มีกลิ่นหอมคราม และมีครามเข้มข้นมากกว่าแบบธรรมชาติ ใช้แค่ 1 ใน 3-4 เมื่อเทียบกับปริมาณครามธรรมชาติเท่านั้น

ทำให้ ใช้จำนวนน้อยก็สามารถผลิตได้ครั้งละมาก ๆ ไม่ต้องเปลืองแรง แค่จุ่ม ๆ สีก็เข้มสวย ไม่จำเป็นต้องเสียเวลาหมักบ่มคราม แค่แกะซอง ทำละลาย รอสักพัก ก็ย้อมได้เลยค่ะ (ดูรูปประกอบ) จึงทำให้ต้นทุนต่ำกว่าครามธรรมชาติมาก ต้นทุนก็ถูกกว่าหลายเท่าตัวเลยทีเดียว

แต่ข้อเสียคือ การย้อมลักษณะนี้ จะต้องใช้ “โซดาไฟ” ในการทำละลายครามเกร็ด ครามผง ซึ่งมีฤทธิ์เป็นด่างมาก สามารถกัดผิวหนังได้ จนไหม้เป็นแผลลึกได้ จึงต้องระมัดระวังในการย้อมมาก ๆ ค่ะ ซึ่งถือว่าค่อนข้างอันตรายหากตกค้างในผ้าที่เรามาใช้สวมใส่อีกด้วย 

ครามสังเคราะห์ แบ่งเป็น 

1.ครามเคมี: ใช้เวลาเพียง 1 วันในการทำปฎิกริยา ผลลัพธ์ก็จะได้ครามที่มีฟองฟอดขึ้นมาด้านบน คล้ายกับครามธรรมชาติค่ะ หลังจากนั้นก็สามารถนำผ้ามาย้อมได้

2. ครามสังเคราะห์: ใช้เวลาเพียง 3 ชั่วโมง ในการทำปฎิกริยา แบบนี้จะไม่มีฟองก็สามารถนำผ้ามาย้อมได้แล้วค่ะ 

** ครามแบบนี้ มีความเข้มข้นกว่าครามธรรมชาติ 3-4 เท่า ทำให้ประหยัดมากกว่าครามธรรมชาติ และย้อมง่ายกว่า – ข้อเสียคือไม่มีกลิ่นหอมคราม และใช้สารเคมีอย่าง “โซดาไฟ” เป็นตัวทำละลายค่ะ

เนื้อครามธรรมชาติ หรือเนื้อครามเปียก

เนื้อครามเป็นส่วนผสมที่สำคัญในหม้อคราม เนื้อครามผลิตมาจาก “ต้นคราม” (Indigofera) จากส่วนของใบ และกิ่ง ส่วนวิธีการนำนั้นกินเวลาตั้งแต่ 2-3 วัน ตั้งแต่การแช่ครามประาณ 20 ชั่วโมง การแยกกากใบคราม การกวนเติมปูนขาว จากนั้นก็นำไปพักไว้อีก 1 คืน เพื่อรอตกตะกอน และสุดท้ายก็จะได้เนื้อครามเปียกมาใช้เติมในหม้อครามนั่นเองค่ะ 

แต่นี่เป็นเพียงแค่วัตถุดิบเริ่มต้นในการก่อหม้อเท่านั้น เมื่อได้เนื้อครามมาแล้ว ก็ต้องไปรวบรวมวัตถุดิบต่าง ๆ เช่น น้ำด่าง (บางที่ใช้โซดาแอช แต่ Mantra Fabrics เราใช้น้ำด่างที่ทำมาจากขี้เท่าแท้ ๆ ค่ะ), น้ำสมุนไพร และอื่น ๆ อีกมาก

ระยะเวลาการก่อหม้อประมาณ 2 อาทิตย์ – 1 เดือนเป็นอย่างน้อย ส่วนการย้อม ยิ่งผ้าหนา อย่างเช่นผ้าฝ้ายทอมือเข็นมืออย่างร้านของเรา ก็จะย้อมมากกว่า 3 วัน ซ้ำกว่า 20 รอบ เพื่อให้ได้สีครามที่เข้มสวยค่ะ จึงทำให้ต้นทุนสูงมาก ต่างจากครามสังเคราะห์ที่ใช้เวลาย้อมไม่กี่ชั่วโมง

ส่วนข้อดีของครามธรรมชาติ

1. มีกลิ่นหอมคราม (ครามเคมีจะไม่มีกลินหอมครามค่ะ)
2. ปลอดภัยไร้สารเคมีอันตราย: ครามไวต่อสารเคมีอย่างมาก หากมีสารเคมีปนเปื้อนในผ้า หรือในหม้อครามเพียงเล็กน้อย หม้อครามก็จะเสียได้ ดังนั้น ทุกการย้อมเราจึงต้องควบคุมไม่ให้มีสารเคมีใด ๆ ตกค้างลงในผ้า ที่อาจส่งผลให้หม้อครามเสียหายได้

ส่วนทางฝั่งอินเดีย ก็จะผลิตครามออกมาเป็น Indigo Cake ซึ่งคือเนื้อครามที่ผ่านการระเหยของน้ำออกจนเหลือก้อนแข็ง ๆ ราคารุนแรงมาก ๆ ค่ะ ก้อนนึงตก (ดูรูปภาพประกอบ) ซึ่งหลาย ๆ ท่านอาจจะสับสนกับครามเกร็ด ก็เป็นไปได้ค่ะ

แต่อย่างไรก็ตาม ทางร้าน Mantra Fabrics เราใช้ครามธรรมชาติ ที่ผลิตจากใบครามแท้ ๆ 100% (เพราะเราย้อมเองค่ะ กลัวสารเคมีอันตราย) ทำให้ทุกท่านมั่นใจได้เลยว่า ผ้าครามทุกผืนจากทางร้าน ของแท้ แน่นอน ล้านเปอร์เซ็นต์ จ้า